รีวิว หนังผจญภัยสุดตื่นเต้น เรื่องThe Adventures of Tintin

รีวิว หนังผจญภัยสุดตื่นเต้น การผจญภัยของตินติน (พากย์เสียงโดย เจมี่ เบลล์) นักข่าวหนุ่มขี้สงสัย กับสุนัขผู้ซื่อสัตย์ของเขา สโนวี่ เมื่อพวกเขาค้นพบเรือต้นแบบที่เก็บความลับอันยิ่งใหญ่ ตินตินซึ่งหลงใหลในความลึกลับที่มีอายุหลายศตวรรษพบว่าเขาถูกอีวาน อิวาโนวิทจับไป Shh Zacharine (พากย์เสียงโดย Daniel Craig) วายร้ายตัวร้ายที่เชื่อว่า Tintin ได้ขโมยสมบัติมหาศาลที่ถูกล่ามไว้กับโจรสลัด Red Rackham คอยจับตาดูเขาอยู่ สโนวี่ สุนัขผู้ซื่อสัตย์ของเขา กัปตันแฮดด็อก เจ้าอารมณ์ (พากย์เสียงโดยแอนดี้ เซอร์คิส) และทีมนักสืบทอมป์สันและทอมสัน (ไซมอน เพ็กก์และนิค ฟรอสต์) ตินติน ต้องเดินทางมากกว่าครึ่งโลก และต้องเอาชนะและนำหน้าศัตรูในการไล่ล่าที่น่าตื่นเต้นล่าสุด เพื่อค้นหาตำแหน่งของ The Unicorn ซากเรือที่อาจถือกุญแจสู่โชคลาภมหาศาล และคำสาปโบราณ

ฉันรู้สึกอย่างนั้นเมื่อดู The Polar Express, Beowulf และ A Christmas Carol ที่ Robert Zemeckis พยายามยกระดับงานภาพของเขาให้เต็มที่ ซึ่งภาพจะดูเรียบร้อยกว่าตามลำดับ แต่อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่ยากที่สุดไม่ใช่การสร้างภาพลักษณ์ที่โอ่อ่าหรืออะไรก็ตาม แต่ปัญหาเดิมๆ นั่นคือ “ฉันยังรู้สึกว่าภาพคนตรงหน้าเป็นเพียงเส้นหรือกราฟิก” ดังนั้นจึงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นที่ผู้ชมจะไม่ลุกขึ้นอีกเช่นเคยและความรู้สึกนั้นก็เกิดขึ้นกับฉันอีกครั้งเมื่อฉันดู The Adventures of Tintin จริงๆ

การผจญภัยของตินติน มันเป็นเรื่องคลาสสิก เป็นการผจญภัยในหน้าซึ่งฉันคิดว่าพอๆ กับเจ้าชายน้อย ตัวเอกชื่อตินติน นักข่าวที่กระตือรือร้นและช่างสังเกตที่ไปทุกหนทุกแห่งกับสโนวี่เพื่อนสนิทของเขา ตอนนี้ตินตินได้สะดุดกับสมบัติลับ ซึ่งนำเขาไปสู่การผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่ เผชิญหน้ากับเหล่าวายร้ายที่ต้องการเอาสมบัติเป็นของตัวเอง และพบกับเพื่อนโง่

อย่างกัปตันแฮดด็อกประเด็นนี้ถือว่าดีมาก สำหรับหนังเรื่องนี้คงหนีไม่พ้น Motion Capture Motion Capture เป็นเทคนิคสำหรับนักแสดงตัวจริงก่อน แล้วจึงเอามาทำเป็นภาพลายเส้นการ์ตูน) นี้ไม่ได้เถียงว่าโดดเด่นมากในการสร้างฉากที่สวยงาม ดูมีเสน่ห์ แม้แต่ตัวละครในเรื่องก็เนียน เคลื่อนไหวได้ ทำงานได้มากกว่าอย่างอื่น

แต่ปัญหาเดิมๆ ตามมาหลอกหลอนอีกเช่นเคย นั่นก็คือการทำให้คนดูสอดคล้อง สร้างอารมณ์ ให้ผู้ชมตื่นเต้นกับการผจญภัยของตินตินและแฮดด็อก ซึ่งยังไปไม่ถึงที่หมายอีกเลย เพราะอย่างที่บอก ไลน์ก็มีลายเช่นกัน การ์ตูนก็เป็นการ์ตูนในความรู้สึกของผู้ชมเช่นกัน ยิ่งตัวการ์ตูนทำให้มันดูเหมือนจริงมากขึ้น มันก็ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนไม่จริงมากยิ่งขึ้นผมลองนั่งคิดดู จริงๆ แล้ว “เส้นตรง”

อาจไม่ใช่ปัญหา เพราะการ์ตูนอย่างโดราเอมอน เออิชิ (หรือคิเตเร็ตสึ) ดราก้อนบอล หรือแม้แต่ยุครุ่งเรืองของดิสนีย์อย่าง The Lion King, Aladdin, Beauty and The Beast หรือ Mulan การ์ตูนเรื่อง รีวิว หนังผจญภัยสุดตื่นเต้น เดียวกันนี้เอง ยังเป็นการ์ตูนเพราะเส้นที่ไหลไปตามจินตนาการของบุคคล ที่วาดมากกว่าพึ่งคนจริง แต่ทำไมมันน่าตื่นเต้นกว่าเมื่อดูมัน

โดยส่วนตัวแล้วฉันคิดว่าเป็นเพราะ “การ์ตูน” เหล่านั้นทำให้เรารู้สึกว่าพวกเขาจริงจังมากขึ้น สมัยใหม่ “ตัวการ์ตูนที่เกิดจากเทคนิคการจับการเคลื่อนไหว” ฉันคิดว่าพวกเราทุกคนที่เคยเป็นเด็กมาก่อนรู้สึกผูกพันกับตัวการ์ตูนแบบเดิมๆ ความมีชีวิตของการ์ตูนเหล่านั้นฝังอยู่ในความรู้สึกของเรา ทำให้เรารู้สึกว่าตัวการ์ตูนเหล่านั้นเป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่งไม่ได้อยู่บนโลกจริงๆ

แต่มีลมหายใจและชีวิตในความทรงจำของเราตัวการ์ตูนที่ไม่ได้อิงจากคนจริงนั้นง่ายต่อการติดตาม เพราะมันอยู่ในจินตนาการของเรา รูปแบบของการแสดงออกนั้นแน่นอน แต่ผู้สร้างจะเป็นผู้กำหนด เช่น ตาโตแค่ไหน ลิ้นขยายได้ยาวแค่ไหนก็ได้ มือสามารถเป็นปลาหมึกเมื่อตื่นเต้น สมองของเราก็เพียงพอที่จะมองข้ามความเป็นจริง เพราะเรารู้อยู่เสมอว่ามันเป็น “การ์ตูน” นักแสดงอีกประเภทหนึ่งที่ไม่อยู่ในบรรทัดฐานของมนุษย์

แต่ในทางกลับกัน ตัวการ์ตูนช่วงหลังๆ พยายามทำตัวให้เหมือนคนจนเอาตัวแสดงจริงก่อนจะจับภาพหน้าจออีกครั้ง แต่ตัวการ์ตูนจะสนิทกับคนจริงแค่ไหน เราจะไม่สามารถต้านทานการสัมผัสมันได้ “ความเป็นมนุษย์” ท่ามกลางตัวการ์ตูนเหล่านั้นถ้าตินตินเป็นหนังสือการ์ตูนต้นฉบับหรือการ์ตูนชุดเก่าล่ะ เราจะยอมรับได้ไม่ยากด้วยลุคโมโนโทน ดวงตามีจุดเล็ก ๆ เท่านั้น

รีวิว หนังผจญภัยสุดตื่นเต้น เรื่องThe Adventures of Tintin

เมื่อสงสัย ทินตินก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน หรือแสดงอาการตกใจโดยอ้าปากค้าง ซึ่งถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างชัดเจน แต่ตินตินฉบับนี้สร้างขึ้นด้วยความพยายาม และเจตนาที่ดีในการทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าตินตินคนนี้ใกล้ชิดกับบุคคลจริง แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำได้ ไม่ใช่แค่ดวงตาและล่าสุดเราได้รีวิวหนังเรื่อง Pirates Of The Caribbean